วัคซีนไซเบอร์! ตร.จับมือเครือซีพี รวมพลังแฉ 18 กลโกงมิจฉาชีพออนไลน์

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ อาคารฝึกอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือว่าด้วยการประชาสัมพันธ์สื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้แทนลงนามสำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สืบเนื่องจากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรืออาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันมีสถิติที่เพิ่มสูงขึ้น จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ตั้งแต่ 1 มี.ค.-6 ก.พ. มีการรับแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวนทั้งสิ้น 193,850 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 29,701,477,166 บาท สามารถติดตามอายัดบัญชี 49,051 บัญชี อายัดได้ทัน 445,265,908 บาททั้งนี้ จึงมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน (Public Private Partnership (PPP) เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายในการยับยั้ง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกัน (Cyber Vaccine) แก่ประชาชนเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบต่างๆ ของมิจฉาชีพด้าน นายศุภชัย กล่าวว่า ในการประชุม World Economic Forum 2023 ได้จัดให้ ‘ภัยคุกคามไซเบอร์’ เป็น 1 ใน 5 ความเสี่ยงที่สำคัญระดับโลก มีการคาดการณ์ว่าผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ จะสูงถึง 10.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 นั้น ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มบริษัทในเครือฯ จึงร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำร่องด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับกลโกงต่างๆ ของอาชญากรรมไซเบอร์เป็นองค์กรแรก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์วัคซีนให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้เท่าทันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆ โดยเครือฯ ได้ระดมสรรพกำลังของกลุ่มธุรกิจร่วมประชาสัมพันธ์กลโกงของอาชญกรรมไซเบอร์ในทุกช่องทางทั้งจากกลุ่มโทรคมนาคมและร้านค้าปลีกค้าส่ง คือการส่ง SMS เตือนภัยผ่านเครือข่ายทรูมูฟ เอช ซึ่งมีผู้ใช้บริการรวม37 ล้านเลขหมาย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา การเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อภายในลักษณะต่างๆ ในร้านเซเว่น–อีเลฟเว่นกว่า 13,000 สาขาประเทศ ซึ่งมีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการ 11,404,314 คนต่อวัน ในแม็คโคร 152 สาขา และโลตัสมากกว่า 2,000 สาขา การประชาสัมพันธ์รายการในสถานีข่าว TNN16 และช่อง True4U การจัดกิจกรรมแฮกกาธอนในกลุ่มเยาวชน คิดค้นไอเดียรับมือกลโกง รวมถึงการกระจายข่าวสารผ่านพนักงานกว่า 361,570 คนทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการจัดการเสวนา ‘จุดกระแส On Stage’ ดำเนินรายการโดยนายกรรชัย กำเนิดพลอย ในหัวข้อ ‘แฉสารพัดกลโกงมิจฉาชีพหลอกเหยื่อบนโลกออนไลน์’ ซึ่งมีผู้ร่วมแชร์ประสบการณ์ ได้แก่ มยุราเศวตศิลา, ภาณุพงศ์ หอมวันทา, แคท ผู้เสียหายที่เคยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมกระบวนการกลโกง Call Center และโอม ผู้เสียหายที่เคยตกเป็นเหยื่อกลโกงแอพพลิเคชั่นออนไลน์ดูดเงินโดยแอบอ้างกรมสรรพากร

ด้าน มยุรา กล่าวว่า กลโกงทางคอลเซ็นเตอร์มีมาตลอดแต่อาจยังไม่ได้แพร่หลายในช่วงแรก ตนเองครั้งแรกที่โดนหลอกคือเมื่อ 10 ปีก่อนถูกระบุว่าตนเองมีพฤติการณ์ฟอกเงินแต่ในตอนนั้นตนยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด จนปัจจุบันที่ทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้นก็ยังพบการแอบอ้างว่าติดต่อมาจากร้านค้าหน่วยงานต่างประเทศ วัคซีนไซเบอร์! ตร.จับมือเครือซีพี รวมพลังแฉ 18 กลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ตร.จับมือเครือซีพี รวมพลังสร้างภูมิคุ้มกันรู้เท่าทัน18 กลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ หวังต้านอาชญากรรมไซเบอร์10 กุมภาพันธ์ 256619:36 น.อาชญากรรม0000เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ อาคารฝึกอบรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือว่าด้วยการประชาสัมพันธ์สื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้แทนลงนามADVERTISEMENTสำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สืบเนื่องจากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรืออาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันมีสถิติที่เพิ่มสูงขึ้น จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ตั้งแต่ 1 มี.ค.-6 ก.พ. มีการรับแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวนทั้งสิ้น 193,850 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 29,701,477,166 บาท สามารถติดตามอายัดบัญชี 49,051 บัญชี อายัดได้ทัน 445,265,908 บาทADVERTISEMENTทั้งนี้ จึงมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน (Public Private Partnership (PPP) เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายในการยับยั้ง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกัน (Cyber Vaccine) แก่ประชาชนเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบต่างๆ ของมิจฉาชีพด้าน นายศุภชัย กล่าวว่า ในการประชุม World Economic Forum 2023 ได้จัดให้ ‘ภัยคุกคามไซเบอร์’ เป็น 1 ใน 5 ความเสี่ยงที่สำคัญระดับโลก มีการคาดการณ์ว่าผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ จะสูงถึง 10.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 นั้น ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มบริษัทในเครือฯ จึงร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำร่องด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับกลโกงต่างๆ ของอาชญากรรมไซเบอร์เป็นองค์กรแรก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์วัคซีนให้ประชาชนชาวไทยมีความรู้เท่าทันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบต่างๆADVERTISEMENTโดยเครือฯ ได้ระดมสรรพกำลังของกลุ่มธุรกิจร่วมประชาสัมพันธ์กลโกงของอาชญกรรมไซเบอร์ในทุกช่องทางทั้งจากกลุ่มโทรคมนาคมและร้านค้าปลีกค้าส่ง คือการส่ง SMS เตือนภัยผ่านเครือข่ายทรูมูฟ เอช ซึ่งมีผู้ใช้บริการรวม37 ล้านเลขหมาย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา การเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อภายในลักษณะต่างๆ ในร้านเซเว่น–อีเลฟเว่นกว่า 13,000 สาขาประเทศ ซึ่งมีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการ 11,404,314 คนต่อวัน ในแม็คโคร 152 สาขา และโลตัสมากกว่า 2,000 สาขา การประชาสัมพันธ์รายการในสถานีข่าว TNN16 และช่อง True4U การจัดกิจกรรมแฮกกาธอนในกลุ่มเยาวชน คิดค้นไอเดียรับมือกลโกง รวมถึงการกระจายข่าวสารผ่านพนักงานกว่า 361,570 คนทั่วประเทศนอกจากนี้ ภายในงานได้มีการจัดการเสวนา ‘จุดกระแส On Stage’ ดำเนินรายการโดยนายกรรชัย กำเนิดพลอย ในหัวข้อ ‘แฉสารพัดกลโกงมิจฉาชีพหลอกเหยื่อบนโลกออนไลน์’ ซึ่งมีผู้ร่วมแชร์ประสบการณ์ ได้แก่ มยุราเศวตศิลา, ภาณุพงศ์ หอมวันทา, แคท ผู้เสียหายที่เคยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมกระบวนการกลโกง Call Center และโอม ผู้เสียหายที่เคยตกเป็นเหยื่อกลโกงแอพพลิเคชั่นออนไลน์ดูดเงินโดยแอบอ้างกรมสรรพากรด้าน มยุรา กล่าวว่า กลโกงทางคอลเซ็นเตอร์มีมาตลอดแต่อาจยังไม่ได้แพร่หลายในช่วงแรก ตนเองครั้งแรกที่โดนหลอกคือเมื่อ 10 ปีก่อนถูกระบุว่าตนเองมีพฤติการณ์ฟอกเงินแต่ในตอนนั้นตนยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด จนปัจจุบันที่ทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้นก็ยังพบการแอบอ้างว่าติดต่อมาจากร้านค้าหน่วยงานต่างประเทศADVERTISEMENTด้าน ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้เสียหายถูกหลอกให้เสียเงินเกือบ 1 หมื่นบาท ผ่านการสั่งซื้อของ (ไอเทม) ในเกมออนไลน์ด้าน แคท กล่าวว่า เป็นผู้เสียหายโดยเริ่มจากการเข้าไปสมัครงานผ่านเว็บไซต์ตำแหน่งพนักงานแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ ขณะนั้นทางบริษัทระบุว่าตนจะได้รับค่าจ้างเดือนละ 30,000 บาท แต่ต้องเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อไปประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นตนได้เจอนายหน้าที่ติดต่อจ้างงาน ชี้แจงว่าจากนี้ไปเธอมีหน้าที่โทรศัพท์หาคนไทย ต้องหลอกเงินให้ได้ในฐานะบริษัทเงินกู้ โดยรูปแบบงานที่ทำจะมีบทให้พูดและวิธีการให้คนติดต่อกลับ ตลอดเวลาตนพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะไม่โทรไปหลอกใครภายหลัง ทางผู้จ้างงานได้นำเธอไปขังไว้ ก่อนที่เธอและพวกจะหลบหนีมาได้พร้อมกลับคนไทยคนอื่นๆด้าน โอม กล่าวว่า ถูกหลอกว่าได้รับสิทธิผ่านโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล แต่ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ซึ่งเมื่อตนเชื่อและดาวน์โหลดโทรศัพท์มีปัญหาและพบว่าเงินในแอพธนาคารของโทรศัพท์ทั้งหมดสูญหายไปแล้ว นายกรรชัย กล่าวปิดท้ายว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือการหลอกลวงถูกดำเนินการผ่านโทรศัพท์ ฉะนั้นการเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรมผ่านโทรศัพท์ ระบบออนไลน์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งอย่างไรก็ตามประชาชนสามารถติดตามรูปแบบการประชาสัมพันธ์กลโกงได้ที่ pctpr.police.go.th โดยมี 18 กลโกงหลักของมิจฉาชีพ ที่ใช้หลอกลวงเหยื่อบนโลกออนไลน์ ได้แก่

1.หลอกขายสินค้าออนไลน์

2.หลอกให้ทำงานเสริมออนไลน์

3.เงินกู้ออนไลน์ (เงินกู้ทิพย์)

4.ข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว (Call Center)

5.หลอกลวงให้ลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ

6.หลอกให้รักแล้วลงทุน

7.หลอกให้รักแล้วโอนเงิน หรือยืมเงิน

8.ปลอมหรือแฮกบัญชีไลน์ เฟซบุ๊ก แล้วหลอกยืมเงิน

9.แชร์ลูกโซ่

10.การพนันออนไลน์

11.หลอกให้โหลดโปรแกรมควบคุมคอมพิวเตอร์ทางไกล เพื่อขโมยข้อมูล

12.ส่ง QR Code หลอกให้โอนเงิน

13.ฉ้อโกงรูปแบบอื่น โดยหลอกลวงด้วยเรื่องราวต่างๆ

14.โฆษณาเชิญชวนไปทำงานต่างประเทศ

15.หลอกลวงให้ถ่ายภาพโป๊เปลือย เพื่อข่มขู่เรียกเงิน

16.ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) และร่วมกันกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน

17.ข่าวปลอม

18.เรียกค่าไถ่ทางคอมพิวเตอร์